วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

หน้าใส สิวหาย ผิวขาวขึ้น ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวในราคาหลักร้อย

ส บู่ H O - Y E O N มี 2 สูตร 
สบู่โฮยอน คือ สบู่ฟอกตัว ช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื่น สารสกัดจากธรรมชาติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวที่หลัง และใบหน้าได้ ช่วยลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำตามผิวกาย ผิวหน้าได้ น้ำเหลืองไม่ดี ขาลาย หน้าทอ้งลายหลังคลอด ผิวไม่สวย สีผิวไม่เสม่ำเสมอ รอยยุงกัดสามารถช่วยได้ ขจัดสิ่งสกปรก ลดการอุดตันตามรูขุมขน ลดสาเหตุการเกิดสิว ระเบิดขี้ไคลโดยไม่ต้องถูผิวแรงๆ เผยผิวขาวใส ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีอีกครั้ง
สบู่ดีท็อก คือ สบู่ล้างหน้า ช่วยให้ผิวนุ่มนวลและขาวขึ้น ลดสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดการเกิดฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้าให้จางลง น้ำผึ้งสกัดช่วยบำรุงผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดปัญหาเรื่องผิวดำคล้าให้ดูสดใส ลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากเกินความจำเป็น ช่วยบำรงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสอมชมพู แก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำให้เลือนหายและยังทำให้ผิวละเอียดเนียนเรียบ รูขุมขนกระชับขั้น สดใส เปล่งปลั่งชุ่มชื่นไร้ริ้วรอย จะรู้สึกถึงผิวดูนุ่มลื่นผิวเด้งตั้งแต่การล้างครั้งแรก



ทำไม หลังถึงเป็นสิวได้

สิวที่หลังเกิดจากอะไร รักษาทำไง ใช้อะไรดี
สิวที่หลัง ถึงแม้จะเกิดขึ้นในบริเวณใต้ร่มผ้าที่ไม่มีใครมองเห็น แต่ในบางครั้งก็อาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณสาวๆ ต้องเสียความมั่นใจในการแต่งตัวได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาต้องสวม ชุดราตรี เสื้อสายเดี่ยว หรือชุดเจ้าสาวที่ต้องเผยอวดโชว์แผ่นหลัง นอกจากนี้ หากสิวที่หลังเกิดการอักเสบ เวลาเสียดสีกับเสื้อผ้าก็ยิ่งเกิดความเจ็บปวดและอักเสบมากยิ่งขึ้น ดังนั้นปัญหาเรื่องสิวที่หลัง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยมองข้าม และควรให้ความสำคัญในการดูแลรักษามากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว
 
สาเหตุ และการป้องกันการเกิดสิวที่หลัง
ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นที่หลัง พร้อมกับมารู้จักกับวิธีการรับมือ และการป้องกันการเกิดสิวขึ้นที่หลัง ว่ามีวิธีการอย่างไรกันบ้าง?
1. การอาบน้ำอุ่นทำให้เกิดสิวที่หลัง คุณสาวๆอาจไม่ทันเอะใจว่า การอาบน้ำอุ่นจะทำให้เกิดสิวขึ้นทีหลัง ถ้าหากอากาศไม่หนาวมาก แนะนำให้อาบน้ำเย็นในอุณภูมิปกติจะดีกว่า
2. การสวมใส่ผ้าเนื้อหนาที่ระบายอากาศได้ไม่ดีทำให้เกิดสิว เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้น นำไปสู่การเกิดเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อ คราบสกปรก จนกระทั่งเกิดการอุดตันของรูขุมขน จนก่อให้เกิดสิวขึ้นที่แผ่นหลัง
3. ความไม่สะอาดของเครื่องนอน เพราะเครื่องนอน เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน เป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสเป็นเวลานานในแต่ละวัน หากไม่ทำความสะอาดบ่อยๆก็จะเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียได้
4. การทานอาหารประเภททอดๆ มันๆ อาหารประเภททอดๆ มันๆ จะทำให้เกิดสภาวะผิวมันขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดสิวที่หลังขึ้นได้ง่าย
5. สบู่เหลว อาจทำให้เกิดสิวที่หลัง เพราะสบู่เหลวมักที่จะชำระล้างออกได้ยากกว่าสบู่ก้อน ซึ่งจะทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้างอยู่บนผิว จนเกิดการอุดตันของรูขุมขนนำไปสู่การเกิดสิวขึ้นในท้ายที่สุด
6. แชมพู อีกหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวที่หลัง เมื่อสระผม คราบสกปรกจะไหลลงไปที่แผ่นหลังพร้อมกับฟองของแชมพู โดยเฉพาะคนที่สระผมหลังจากที่อาบน้ำจะมีโอกาสเกิดสิวที่หลังมากกว่าปกติ ดังนั้นควรที่จะทำการสระผมก่อนอาบน้ำ แล้วค่อยฟอกสบู่บริเวณที่ฟองแชมพูไหลลงไปโดนหลังเพื่อล้างคราบสกปรกออกไปให้หมด
7. เปลี่ยนชุดนอนทุกวัน สำหรับบางคนที่สวมชุดนอน 2-3 วัน ซ้ำ โดยที่ไม่เปลี่ยน แนะนำให้ทำการเปลี่ยนชุดนอนทุกวัน เพราะเวลาที่เรานอน แผ่นหลังต้องสัมผัสกับชุดนอนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เกิดการอับชื้นสะสมแบคทีเรียและคราบสกปรกเอาไว้ เมื่อใส่ชุดนอนซ้ำๆ คราบสกปรกก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เกิดสิวที่หลังขึ้น
8. เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันและไขมันผสม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้เมื่อล้างออกไม่หมด หรือไม่ใช้คลีนเซอร์ช่วยในการล้างออกจะทำให้เกิดสิวขึ้น
9. หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวและเป่าผมให้แห้ง พร้อมกับระวังอย่าให้ผมที่เปียกน้ำสัมผัสกับแผ่นหลังของตัวเอง และพยายามเช็ดตัวและเป่าผมให้แห้งทุกครั้งก่อนที่จะสวมเสื้อผ้า
10. เลือกใช้สบู่ที่มีสารยับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวที่หลังขึ้น
11. สิวที่หลังมักเกิดขึ้นมาจากเหงื่อและแห้งไปกับตัว ถ้าหากเป็นไปได้พยายามอาบน้ำหลังจากที่มีเหงื่ออกแล้วเช็ดตัวให้แห้ง
12. ใช้ผงซักฟอกที่มีฤทธิ์อ่อน ในการซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองของผิวหนังและลดการเกิดสิวที่หลัง
วิธีรักษาสิวที่หลังอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เมื่อเกิดสิวที่หลังขึ้นมาแล้ว คุณสาวๆ สามารถที่จะเริ่มรักษาได้ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1. เริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงการระคายเคืองของผิวหนัง ไม่ควรขัด ถู ผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะยิ่งรุนแรงกับผิวมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
2. ใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดบริเวณที่เป็นสิวหลังอาบน้ำ ซึ่งควรใช้โทนเนอร์สำหรับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ หรือใช้โทนเนอร์ที่เราใช้กับใบหน้าอยู่เป็นประจำทุกวัน ที่ใช้แล้วไม่เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า
3. ทายาแต้มหัวสิว โดยใช้ยาแต้มหัวสิวที่ใช้กับใบหน้า ซึ่งในปัจจุบันมียาแต้มหัวสิวที่ได้รับการแนะนำ และได้รับความนิยมอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Dr. Young Spot Stop Serum, Clinda M, Benzac AC, Smoot E Acne Hydro Gel เป็นต้น
4. รับประทานยารักษาสิว โดยยาที่ใช้ควรเป็นยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ ที่จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงไปภายใน 2-4 สัปดาห์
5. ทายาแป้งรักษาสิว เป็นยาที่มีลักษณะคล้ายแป้งน้ำสำหรับทาเพื่อรักษาสิวที่หลัง ซึ่งจะทำให้สิวหลุดง่าย แต่ต้องใช้เวลาเวลาสักระยะหนึ่งประมาณ 4-6 สัปดาห์ ข้อดีคือ สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาที่ได้แนะนำมาแล้วในตอนต้นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ วิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นมาตั้งแต่แรก ดังนั้นก่อนที่จะปล่อยเลยตามเลยจนทำให้สิวที่หลังเกิดขึ้น เราควรที่จะเริ่มต้นปกป้องแผ่นหลัง

สบู่สักก้อนไหมครับ ส่งถึงหน้าบ้านเลย

ส บู่ H O - Y E O N มี 2 สูตร
สบู่โฮยอน คือ สบู่ฟอกตัว ช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื่น สารสกัดจากธรรมชาติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวที่หลัง และใบหน้าได้ ช่วยลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำตามผิวกาย ผิวหน้าได้ น้ำเหลืองไม่ดี ขาลาย หน้าทอ้งลายหลังคลอด ผิวไม่สวย สีผิวไม่เสม่ำเสมอ รอยยุงกัดสามารถช่วยได้ ขจัดสิ่งสกปรก ลดการอุดตันตามรูขุมขน ลดสาเหตุการเกิดสิว ระเบิดขี้ไคลโดยไม่ต้องถูผิวแรงๆ เผยผิวขาวใส ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีอีกครั้ง 
สบู่ดีท็อก คือ สบู่ล้างหน้า ช่วยให้ผิวนุ่มนวลและขาวขึ้น ลดสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดการเกิดฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้าให้จางลง น้ำผึ้งสกัดช่วยบำรุงผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดปัญหาเรื่องผิวดำคล้าให้ดูสดใส ลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากเกินความจำเป็น ช่วยบำรงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสอมชมพู แก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำให้เลือนหายและยังทำให้ผิวละเอียดเนียนเรียบ รูขุมขนกระชับขั้น สดใส เปล่งปลั่งชุ่มชื่นไร้ริ้วรอย จะรู้สึกถึงผิวดูนุ่มลื่นผิวเด้งตั้งแต่การล้างครั้งแรก


สบู่คืออะไร มาจากไหน

สบู่คืออะไร มาจากไหน
สบู่ เป็นสิ่งที่ใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย เช่น การอาบน้ำ การล้างมือ สบู่จะช่วยละลายไขมัน ทำให้การชำระล้างสะอาดมากขึ้น
 
สบู่ก้อน คือส่วนผสมระหว่างกรด (ไขมัน) กับเบส (ด่าง) ในอัตราส่วนที่ทำให้สามารถทำความสะอาดได้ดี และไม่เป็นอันตรายต่อผิว คือมีค่า pH อยู่ระหว่าง 8-10 (ในเอกสารจดแจ้งของ อย.ให้ผู้ผลิตสบู่ก้อนระบุว่ามีค่า ph ไม่เกิน 11) กรดหรือกรดไขมัน เช่นน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ เบส เช่นโซดาไฟ โดยทั่วไปอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมคือเมื่อผสมกันแล้วควรจะเหลือกรดไขมัน หากไม่มีเครื่องมือในการวัดค่า pH ให้เก็บสบู่เอาไว้อย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อให้ค่า pH ลดลง อยู่ในอัตราที่เหมาะสม
 
กรด (ไขมัน) และเบส (ด่าง) ที่นำมาทำสบู่ ไขมันแต่ละชนิดประกอบด้วยกรดไขมันมากกว่า 1 ชนิด ตามธรรมชาติกรดไขมันเหล่านี้จะไม่อยู่อิสระ แต่รวมตัวกับสารกลีเซอรอลในไขมันอยู่ในรูปกลีเซอไรด์ เมื่อด่างทำปฏิกิริยากับกรดไขมัน กรดไขมันจะหลุดออกจากกลีเซอไรด์ รวมตัวเป็นสบู่ สารที่เกาะอยู่กับกรดไขมันก็จะหลุดออกมาเป็นกลีเซอรีน ปฏิกิริยาของ กรดไขมันแต่ละชนิดเมื่อรวมตัวกับด่างแล้ว จะให้สบู่ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น กรดลอริก (lauric acid) มีมากในน้ำมันมะพร้าว เป็นกรดไขมันที่ทำปฏิกิริยากับด่างแล้วให้สารที่มีฟองมาก เป็นต้น
คุณสมบัติของสบู่ที่ได้จากกรดไขมันต่างชนิดกัน
1.น้ำมันมะพร้าว สบู่ที่ผลิตได้มีเนื้อแข็ง กรอบ แตกง่าย สีขาวข้น มีฟองมากเป็นครีม ให้ฟองที่คงทนพอควร เมื่อใช้แล้วทำให้ผิวแห้ง
2.น้ำมันปาล์ม ให้สบู่ที่แข็งเล็กน้อย มีฟองน้อย ฟองคงทนอยู่นาน มีคุณสมบัติในการชะล้างได้ดี แต่ทำให้ผิวแห้ง
3.น้ำมันรำข้าว ให้วิตามินอีมาก ทำให้สบู่มีความชุ่มชื้น บำรุงผิว ช่วยลดความแห้งของผิว
4.น้ำมันถั่วเหลือง เป็นน้ำมันที่เข้าได้ดีกับน้ำมันอื่น ให้ความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่เก็บไว้ได้ไม่นาน มีกลิ่นหืนง่าย
5.น้ำมันงา เป็นน้ำมันที่ให้วิตามินอี และให้ความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่มีกลิ่นเฉพาะตัว
6.น้ำมันมะกอก ทำให้ได้สบู่ที่แข็งพอสมควร ใช้ได้นาน มีฟองเป็นครีมนุ่มนวลมาก ให้ความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง
7.น้ำมันละหุ่ง ช่วยทำให้สบู่มีฟองขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้สบู่เป็นเนื้อเดียวกันดี สบู่ไม่แตก ทำให้สบู่มีความนุ่มเนียน
 และช่วยให้ผิวนุ่ม
8.น้ำมันเมล็ดทานตะวัน ทำให้สบู่นุ่มขึ้น แต่ฟองน้อย
9.ไขมันวัว จะได้สบู่ที่มีเนื้อแข็งสีขาวอายุการใช้งานนานมีฟองน้อย ทนนาน แต่นุ่มนวล
10.ไขมันหมู จะได้สบู่ที่มีเนื้อแข็ง อายุการใช้งานนาน ฟองน้อย แต่ทนนาน
11.ขี้ผึ้ง ได้สบู่เนื้อแข็ง อายุการใช้งานนาน ฟองน้อย แต่ทนนาน
12.ไขมันแพะ ได้สบู่เนื้อนุ่ม ได้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ผิวนุ่มเนียน
เบส (ด่าง) ที่ใช้มี 3 ชนิด คือ
1.ขี้เถ้า ใช้ในการผลิตสบู่ในสมัยโบราณ ปัจจุบันมีการพัฒนาใช้เป็นด่างแทน
2.โซดาไฟ หรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ ทำปฏิกิริยาได้สบู่ก้อนแข้ง
3.โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ ทำปฏิกิริยาได้สบู่เหลว

ประวัติสบู่



ประวัติสบู่

สบู่ก้อนแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 6 ศตวรรษก่อนคริสตกาลหรือประมาณ 2500 ปีมาแล้ว กล่าวกันว่าพวกฟีนีเชียนได้ต้มน้ำกับไขมันแพะและขี้เถ้าเข้าด้วยกัน แม้ฟังดูจะไม่ค่อยสะอาดนัก แต่สารโพแทสเซียมคาร์บอเนตในขี้เถ้านั้นช่วยให้สบู่ดึกดำบรรพ์ซึ่งมีผิวมันปลาบก้อนนี้มีคุณสมบัติใช้ทำความสะอาดได้
อย่างไรก็ตาม การผลิตและการใช้สบู่ก็ยังดำเนินไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ จนในสมัยหลังมีข้อยืนยันทางการแพทย์ว่า แบคทีเรียเป็นตัวการของโรคภัย เมื่อนั้นฝรั่งจึงยอมหันมาอาบน้ำและถูสบู่กันถ้วนหน้า แต่ตัวสบู่เองก็ไม่ได้มีการพัฒนาไปจากก้อนแรกเท่าไรเลย



ในปี ค.. 1879 นายฮาร์เลย์ พร็อกเตอร์ เจ้าของโรงงานสบู่ และนายเจมส์ แกมเบิล ญาติซึ่งเป็นนักเคมี พบว่าสบู่กุรุสที่ถูกทิ้งให้ตีผสมอยู่ในเครื่องนานเกินไปเพราะคนงานลืมปิดเครื่องมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่าง คือมีน้ำหนักเบาจนสามารถลอยน้ำได้เพราะฟองอากาศในเนื้อสบู่ ปรากฏว่าสบู่ลอยน้ำได้ของนายพร็อกเตอร์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว

นายพร็อกเตอร์ตั้งชื่อสบู่แหวกแนวของตนว่า ไอวอรี สบู่ยี่ห้อนี้มีรอยปรุตรงกลางก้อน หักแบ่งครึ่งได้ นายพร็อกเตอร์ตั้งสโลแกนสบู่ของตนว่า "มีเนื้อสบู่บริสุทธิ์ถึง 44 /100 เปอร์เซ็นต์" ทั้งนี้เป็นความคิดที่ดัดแปลงมาจากรายงานว่า สบู่ไอวอรีมีสิ่งเจือปน อยู่ 56/100 ของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เมื่อกลับเอาลบมาเป็นบวก ผลที่ได้คือคอนเซ็ปต์โฆษณาในยุคต้นที่สุดจะคลาสสิก และยังช่วยให้นายพร็อกเตอร์ตั้งตัวเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเครื่องอุปโภคขนาดยักษ์ เรียกว่าร่ำรวยขึ้นมาจากฟองสบู่ก็เห็นจะไม่ผิดนัก

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิว

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิว
สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบมากที่สุด มักจะเริ่มต้นเกิดขึ้นในวัยรุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและอาจยังคงมีอยู่จนกระทั่งถึงวัยผู้ใหญ่  ประมาณ 80-90% ของวัยรุ่นมักเกิดปัญหาสิวและ 20-30% ของคนเหล่านี้ต้องการการดูแลรักษาทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีอุบัติการณ์การเกิดสิวที่เพิ่มมากขึ้นในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่เป็นสิวในช่วงวัยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว
สิวคืออะไร?
คนที่เป็นสิว   มักมีปัญหาผิวมัน และเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวอุดตันชนิดหัวเปิดและชนิดหัวปิด  (สิวหัวดำและสิวหัวขาว) มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าและลำคอ, ไหล่, หน้าอกและบริเวนแผ่นหลัง   สำหรับสิวที่รุนแรงปานกลางและรุนแรงมากนั้น สิวจะเริ่มมีอาการบวมแดง อักเสบและพัฒนาเป็นหัวหนองต่อไป  การเป็นสิวนั้น ทำให้เกิดการวิตกกังวล ก่อความรำคาญ และยังนำไปสู่การเกิดรอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบ  และหรือ รอยแผลเป็นในระยะยาวได้อีกด้วย
การเกิดรอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบเป็นการที่ผิวหนังเปลี่ยนสีไป เพราะเป็นผลจากการเกิดการอักเสบของผิวหนัง เช่น การเกิดสิว , โรคผิวหนังอักเสบ เป็นต้น โดยเฉพาะคนที่มีสีผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดสูง. รอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบนี้ จะค่อยๆจางลงได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่การรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันก็สามารถช่วยให้หายเร็วขึ้นได้

สิวแบ่งตามระดับความรุนแรงได้เป็น 3 ประเภท:
ภาพแสดงระดับความรุนแรงของสิว
1.     1.  Mild Acne  ส่วนใหญ่จะเป็นสิวอุดตัน (acne comedonica)
ภาพแสดงระดับความรุนแรงของสิว
2. Moderate Acne   สิวจะเริ่มมีอาการบวมแดง และเป็นหัวหนอง (acne papulopustulosa)
ภาพแสดงระดับความรุนแรงของสิว
3. Severe Acne  สิวจะเป็นลักษณะอักเสบบวมแดง ขนาดใหญ่ เป็นก้อนแข็ง (acne conglobata)
สาเหตุสำคัญ 4 ประการที่นำไปสู่การก่อตัวของสิว:
1. Seborrhea 
 คือการผลิตน้ำมันในผิวมากเกินไป  ในทางสรีรวิทยาต่อมไขมัน จะผลิตน้ำมันเพื่อการหล่อลื่นผิวหนัง
รูปภาพของ น้ำมันส่วนเกินน้ำมันส่วนเกิน
มีหลายปัจจัยที่สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันได้ เช่น ฮอร์โมน สภาพอากาศ ยาบางชนิด พันธุกรรม เป็นต้น
การรบกวนการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน อาจกระตุ้นให้เกิด โรคผื่นผิวหนังอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ได้ คือ ผิวหนังมีการอักเสบ ลอกเป็นขุย หรือแผ่น สีขาว/ เหลือง บริเวณที่ผิวมัน เช่น บริเวณหนังศีรษะ หรือ ผิวบริเวณข้างในหู เป็นต้น  อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคผื่นผิวหนังอักเสบ  (Seborrheic Dermatitis)
รูปภาพการอุดตันของรูขุมขนการอุดตันรูขุมขน
2. Hyperkeratosis
คือ การที่ผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) เกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติ เนื่องจากเกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันท่อต่อมไขมัน และส่งผลรบกวนการไหลของน้ำมันออกมานอกผิวหนัง 
เมื่อต่อมไขมัน สร้างน้ำมันออกมาในปริมาณมาก ประกอบกับการที่ผิวหนังชั้นนอกสุด(Stratum corneum) เกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติ จึงทำให้เกิดการอุดตันขึ้นในรูขุมขน ซึ่งกลายเป็นสิวอุดตันหัวปิด (สิวหัวขาว) หรือ ถ้าการอุดตันเกิดขึ้นใกล้กับปากรูขุมขน ก็จะเกิดเป็นสิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) ขึ้นมา
รูปภาพของแบคทีเรียการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
3. Microbial colonization
 คือแบคทีเรียที่เจริญเติบโตอยู่บริเวณรูขุมขน (propionibacteria) เป็นสาเหตุให้สิวอุดตัน เกิดการอักเสบ บวมแดง หรือเป็นหัวหนองขึ้นมา
รูปภาพการอักเสบของผิวการอักเสบของผิว
4. Inflammation 
 คือกระบวนการอักเสบของร่างกาย ทำให้เกิดสิวบวมแดงและอักเสบขึ้น ในกรณีที่เป็น Severe acne การอักเสบจะขยายและลึกลงไปในบริเวณเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียงมากขึ้น

ปัจจัยที่กระตุ้นก่อให้เกิดสิว
1.ฮอร์โมน Hormones
 ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดสิวในเด็กวัยรุ่น (แม้ว่าคนทุกเพศทุกวัยจะเป็นสิว) การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจนในทั้งเด็กชายและเด็กหญิงในช่วงวัยรุ่น ส่งผลให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าความต้องการของผิว
นอกจากนี้ ปริมาณฮอร์โมนในระบบไหลเวียนเลือด ยังเป็นปัจจัยให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังไวต่อการเกิดสิวอีกด้วย 
ต่อมไขมันมักไวต่อการกระตุ้นโดยฮอร์โมน ดังนั้นสิวในวัยผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในผู้หญิงมักสัมพันธ์กับฮอร์โมน เช่น โรคถุงน้ำในรังไข่ (polycystic ovary syndrome) เป็นต้น นอกจากนี้ความเครียดอาจจะทำให้เกิดสิวในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย
2. ต่อมไขมัน Bacteria ในคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย การที่ต่อมไขมันสร้างน้ำมันออกมามากเกินจะทำให้ เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แบคทีเรีย (P.acne) เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และเป็นหัวหนอง บางคนเชื่อว่าสิวเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด หรือไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง ในทางตรงกันข้าม การทำความสะอาดผิวมากเกินไป หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และเกิดสิวได้มากกว่า
3.กรรมพันธุ์ Genes กรรมพันธุ์มีผลต่อการเกิดสิวด้วยเช่นกัน ถ้าพ่อแม่มีประวัติเป็นสิวในวัยรุ่น ลูกในวัยรุ่นก็มีโอกาสที่จะเป็นสิวด้วยเช่นกัน
4. ยาบางอย่าง Medication ยาบางอย่างเช่น สเตียรอยด์และลิเธียม มีรายงานว่าทำให้เกิดสิวได้ในบางคน  มีหลายคนมักกล่าวว่า คนเป็นสิวเกิดจากการที่สกปรก การมีสุขอนามัยที่ไม่ดี หรือการขาดสารอาหาร ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ผิด ทำให้คนที่เป็นสิวเกิดความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งแพทย์ผิวหนังและบุคลากรทางการแพทย์ มีความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะไม่เชื่อตามคำพูดเหล่านั้น

ปัจจัยบางอย่างไม่ใช่สาเหตุโดยตรงในการเกิดสิว แต่สามารถกระตุ้นให้อาการของสิวแย่ลงได้ ;

·        * อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง (น้ำตาลและแป้ง)
·        * การบริโภคนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมากเกินไป (ยกเว้นชีส)
·         *การสูบบุหรี่
·        * เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้
·         *ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ข้อพึงปฏิบัติสำหรับคนเป็นสิว:
·        *ควรใช้น้ำอุ่น (ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป เพราะจะทำให้สิวรุนแรงขึ้น) และผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสม 
·         *ไม่ควรบีบสิว หรือแกะสิว เองควรปล่อยให้สิวยุบหรือหายเองตามธรรมชาติ
·         *เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
·        * เลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
·        * ให้ใช้เช็ดหรือล้างเครื่องสำอางออกทุกวัน


วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เปิดผิวขาว หน้าใสด้วยสบู่โฮยอนสิคะ


เปิดผิวขาว หน้าใส้ด้วยสบู่โฮยอนนะคะ






สบู่โฮยอนสีฟ้า ดีท๊อกหน้าใส

สบู่โฮยอน สีฟ้า สบู่ดีท๊อกหน้าใส HOYEON
ราคา 120 บาท (75g)
*สบู่สูตรพิเศษ เพื่อควบคุมความมัน
*รักษาปัญาหาสิว หลุมสิวรอยดำ
*ดูแลผิวหน้าให้กระชับ
*ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก ด้วยสารสกัดจาก ใบบัวบก มีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษที่ตกค้างบนผิวหน้า และวิตามินบำรุงผิวนานาชนิด ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน
*ลดปัญหาความมันส่วนเกิน รูขุมขนกว้าง หลุมสิว
*เผยผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ล้างผิวหน้าได้เกลี้ยง แต่ยังคงความนุ่มเนียน ชุ่มชื่นหลังการล้างหน้าได้เป็นอย่างดี
****ทำให้หน้ามันน้อยลง ผิวที่หมองคล้ำดูกระจ่างใสขึ้น ปัญหาสิวลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าที่มีปัญญาผิวมันและมีปัญญาสิวอุดตันผิวไม่กระจ่างใส***
*เหมาะสำหรับผิวมัน-ผิวธรรมดา

สนใจสั่งชื้อสินค้า และสมัครตัวแทนจำหน่าย

อี้ สุภาพร ไลน์ib172822 หรือ0821641383 ยินดีให้บริการค่ะ
สบู่โฮยอน ดีท็อกซ์ลดสิว Ho-Yeon Detox